ReadyPlanet.com
งาน...ทำให้คุณเกิดอาการ เครียด article

พิชิตความเครียด ใน 8 ชั่วโมงเวลางาน

Post Today - รถติดประจำแต่ก็ไม่เคยชิน มิหนำซ้ำฝนยังตกกระหน่ำช่วยเป็นใจให้การจราจรเป็นอัมพาตเข้าไปเสียอีก จู่ๆ แดดก็เปรี้ยงเพิ่มความร้อนแรงให้อากาศ คนที่บ้านก็พูดไม่รู้เรื่องทำให้อารมณ์เสีย ไหนจะกลุ้มเรื่องค่าเทอมลูก ไหนจะเครียดกลัวทำงานที่เจ้านายสั่งได้ไม่ทันการ ตื่นเช้าขึ้นมาก็อารมณ์บูด ไม่แจ่มใส ฯลฯ ...

 คุณเคยต้องเผชิญกับปัญหาร้อยแปดที่ทำให้เกิดอาการตึ๊บๆ บริเวณขมับทั้งด้านซ้ายด้านขวาไหม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องเล็ก หากแต่ส่งผลได้เฉียบพลันและรุนแรงพอๆ กัน ทำให้คุณเกิดอาการ เครียด อารมณ์ไม่ดี หงุดหงิดง่าย  แต่มันไม่หยุดจู่โจมเท่านั้น หากอาการเยี่ยงนี้เกิดขึ้นในรุ่งเช้าในขณะที่คุณกำลังจะก้าวเข้าสู่ชั่วโมงทำงาน

โอ้! จอร์จ และคุณก็ไม่สามารถสลัดมันไปได้จำเป็นต้องหอบหิ้วมันไปทำงานด้วย และซ้ำร้ายยังต้องใช้เวลาร่วมกับมันนานถึง 8 ชั่วโมง ทีนี้จะทำอย่างไรดีล่ะ ที่จะไม่ให้เจ้า “ความเครียด” นี้มันรบกวนการทำงาน

เป็นที่รู้ๆ กันดีว่า ผลของเจ้าความเครียดนี้มันร้ายกาจขนาดไหน มันจะคอยรบกวนไม่ให้เรามีสมาธิในการทำงาน ประสิทธิภาพในการทำงานก็ลดน้อยลง ส่งผลถึงคุณภาพของงานเป็นเงาตามตัว หรือเพียงเจอะเจอปํญหางานนิดหน่อยก็พานอารมณ์เสีย ไหนจะต้องเจอปัญหาคนที่ปกติก็ยังพอรับมือได้แต่คนกำลังร้อนอยู่จึงโถมไฟ้เข้าใส่ไม่ยั้งเหมือนกัน เฮ้อ! ไหนในเมื่อรู้สารพัดปัญหาที่ตั้งท่ารอเราอยู่แบบนี้แล้ว เราต้องหาวิธีรับมือเจ้า “ความเครียด”

จัดระเบียบความเครียด
ในเมื่อเรารู้ตัวแล้วว่าเครียด ก็ต้องพิจารณาต่อไปว่าเครียดเพราะอะไร สาเหตุมาจากตรงไหน เราสามารถแก้ไขให้มันจบลงได้ทันทีหรือไม่ และหากเจ้าความเครียดนี้มันไม่ได้ง่ายดายอย่างนั้น เราก็ต้องวางแผนรับมือมันอย่างดีเพื่อไม่ให้มีผลลบต่องาน

ต้องปล่อยวาง
ลองวางความเครียดไว้บนโต๊ะก่อนดีไหม แบกไว้ก็หนักก็เครียดไปเปล่าๆ ถ้ามันยังรบกวนจิตใจอยู่เก็บมันใส่ในลิ้นชัก(ล็อกด้วยก็ดี) และตั้งสติว่านาทีนี้ ชั่วโมงนี้ เราต้องทำงาน เป็นเวลาของงาน เราต้องรับผิดชอบหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด อย่าเพิ่งวอกแวกไปคิดเรื่องอื่น ที่เจ้านายไม่ได้เสียเงินจ้างมาให้คิดให้ทำ วิธีนี้เป็นการแยกแยะให้ออกระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงาน

มีสมาธิกับงาน
แม้ว่าวันนี้งานจะดูหน้าเบื่อ เพราะเราใช้อารมณ์ตัดสินก็ตามเถอะ แต่เมื่อเรามีหน้าที่ต้องทำงานก็ต้องทำ เมื่อใจมันว้าวุ่นนัก ก็ลองฝึกสมาธิในเวลางานกับการทำงานนี่ล่ะ นอกจากจะช่วยให้จิตใจสงบขึ้น ยังได้งานที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย การทำสมาธิกับการทำงาน คือ การกำหนดรู้อริยาบถ แต่ละขั้นตอนของการเคลื่อนไหวร่างกายให้มีสติติดตามทันไปในทุกอริยาบถ โดยก่อนที่เราจะเริ่มทำงาน ให้มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าเราจะไม่คิดอะไรนอกเรื่องนอกราวในขณะทำงาน แต่จะใช้ความคิดมากำหนดการเคลื่อนไหวทุกอริยาบถ เพื่อให้จิตเกิดเป็นสมาธิ จะได้เกิดความปีติสุขในขณะทำงาน วิธีนี้ทำไม่ยากเลย ลองดูสิคะ

หายใจคลายเครียด
การหายใจจะช่วยนำอากาศที่บริสุทธิ์เข้าสู่ปอดและเดินทางสู่สมอง และทั่วร่างกาย ปกติเราก็หายใจกันอยู่แล้วแต่เป็นการหายใจที่ยังไม่ถูกต้อง แต่ถ้าเราหายใจถูกวิธีจะช่วยทำให้สุขภาพและอารมณ์ของเราดี ไม่เชื่อลองฝึกกันดู โดยหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ สังเกตว่ากระบังลมขยายออก ท้องป่องออก จากนั้นค่อยๆ หายใจออกช้าๆ ไล่ลมให้ออกมากที่สุด กระบังลมจะหดสั้นลง ท้องจะแฟบ สังเกตท่องป่อง-แฟบ ให้ชัดขึ้นโดยการเอามือวางให้บริเวณสะดือ ฝึกหายใจให้ถูกไม่เพียงเฉพาะตอนเครียดเท่านั้น คุณจะค้นพบว่าการหายใจนอกจากช่วยทำให้เรามีชีวิตอยู่แล้ว ยังทำให้ทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมออีกด้วย

ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
เวลาเราเครียดเนื้อตัวจะเกร็งไปหมด แม้แต่แววตาก็ยังดูไม่สดใส ออกจะแข็งกร้าวเสียด้วยซ้ำ เราสามารถผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกิดจากความเครียดได้ด้วยวิธีง่ายๆ สามารถทำได้ในขณะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานของเรานี่ล่ะ โดยไล่จาก ปลายเท้า ลองสั่งให้นิ้วยกขึ้นยกลงสลับกันสัก 10 ครั้ง หมุนข้อเท้าไปด้านซ้าย-ขวา 10 ครั้ง หมุนหัวเข่าซ้าย-ขวา 10 ครั้ง ไล่มาจนถึง นิ้ว กางนิ้วเกร็งไว้สักอึดใจ สลัดข้อมือ หมุนหัวไล่ หมุนคอ และทำไล่จากคอไปจนถึงปลายเท้าอีกสักรอบ เพียงแค่นี้จะช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย หายอึดอัด และกระปรี้กระเปร่าขึ้น 

รูป รส กลิ่น เสียง
คลายความเครียดด้วยรูปภาพสวยๆ วิวทิวทัศน์ งานศิลปะ เพื่อดึงความสนใจเราออกไปจากสิ่งที่กำลังคิดกังวลอยู่ พักเที่ยงหาเมนูของโปรดรับประทานจะช่วยทำให้ช่วงเวลาแห่งความทุกข์กังวลคลายลงได้เมื่อเราอยู่กำลังมีความสุขอยู่กับสิ่งที่เราชอบ แต่อย่ารับประทานจนเพลินล่ะเดี๋ยวความอ้วนมาเยือนแทนความเครียด หรือระหว่างงานหาขนมคบเคี้ยวมาวางใกล้ๆ ตัวให้หยิบจับได้อย่างสะดวกเพลิดเพลิน (หากที่ทำงานคุณอนุญาต)
ให้กลิ่นช่วยบำบัดความเครียด ไม่ว่าจะการจุดน้ำมันหอมระเหย การสูดดมกลิ่นจากดอกไม้ หรือกลิ่นจากชาร้อนๆ หรือหาน้ำสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมสดชื่นดื่ม นั่นเพราะคุณสมบัติของกลิ่นหอมมีผลในการช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้สดชื่นตื่นตัว แถมยังกระตุ้นพลังงานในจิตใจได้เป็นอย่างดี เวลาเครียดๆ อย่างนี้ล่ะใช้ได้ผล อย่างเช่น กลิ่นกุหลาบช่วยให้อารมณ์ตึงเครียดผ่อนคลายลงได้ กลิ่นคาโมมายด์ กลิ่นนี้มีผลโดยตรงต่อระบบประสาท ช่วยให้หายอ่อนเพลีย สมองปลอดโปร่ง โกรธใครมา กลิ่นนี้ช่วยให้อารมณ์เย็นลงได้ และยังทำให้หลับง่ายขึ้นด้วย (อย่าเผลอหลับในเวลางานเชียว)

กลิ่นเปปเปอร์มินท์ ช่วยให้อารมณ์จะเบิกบาน แจ่มใส คลายความเหน็ดเหนื่อยได้ กลิ่นเจราเนียม  ช่วยให้อารมณ์และร่างกายมีความสมดุล บรรเทาความเครียด และอ่อนเพลีย รวมถึงช่วยลดอาการหงุดหงิด และอารมณ์ไม่คงที่ช่วงมีประจำเดือน  กลิ่นมะนาว ผ่อนคลายอารมณ์อ่อนล้า และอาการเครียดได้ ช่วยให้จิตใจสงบขึ้น และมีสมาธิ เป็นต้น 
หากคุณสามารถแยกแยะสมาธิได้ดีเยี่ยม ลองหาเพลงมาเปิดฟังคลอเบาๆ จะเป็นเพลงประเภท Meditation ก็ได้ ซึ่งเดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งเสียงของดนตรีบรรเลง หรือเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงคลื่น เสียงน้ำตก เสียงนกร้อง ซึ่งสามารถช่วยสร้างสมาธิให้กลับคืนสู่สมองและจิตใจได้อย่างดี ทำให้อารมณ์หายขุ่นมัว

ห่างๆ คนอารมณ์ขุ่นมัว
พยายามไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำให้เครียด รวมถึงคนที่อารมณ์ไม่ค่อยดี  เพราะชั่วโมงนี้คุณคงต้องรู้ตัวเองว่าจิตใจไม่ปกติ ลมพัดลมเพได้ง่ายๆ ดังนั้นหากใครทำอะไรไม่ถูกใจ ให้ปล่อยวางเสียบ้าง หากมีการโต้เถียงกัน ต้องยับยั้งชั่งใจ พยายามใจเย็น มีสติ สัมปชัญญะ หากจำเป็นโต้แย้งได้เฉพาะเรื่องที่มีความสลักสำคัญจริง พยายามอยู่กับเพื่อนที่มีอารมณ์ขันเพราะจะช่วยกระตุ้นจิตใจที่แสนห่อเหี่ยวของเราให้หัวเราะได้อีกครั้ง เพราะคนที่หัวเราะง่ายจะมีสุขภาพจิตที่ดี

หาเพื่อนระบายความเครียด
เพื่อนสนิทดูเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะเวลาที่เราได้ระบายออก เท่ากับเราได้พูด เล่า ได้ทบทวนตัวเองไปด้วย เพราะบางทีการกักเก็บอะไรไว้คนเดียวก็ไม่ดีเท่าไหร่ จะได้รู้สึกว่าเราไม่ได้แบกปัญหาอยู่คนเดียวบนโลก แต่ไม่ใช่พูดแบบหูดับตับไหม้ล่ะไม่เช่นนั้นจะยิ่งเป็นการสุมไฟใส่อกตัวเองเพิ่มขึ้น ดีจะกลายเป็นร้ายไปเสีย



ข้อมูลจาก www.msn.co.th

 

 

 




อื่น ๆ กับสิ่งที่น่าสนใจ

ศูนย์เรียนรู้ชุมชนชาวดิน article